กระดาษที่ใช้ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์มีแบบใดบ้าง

กล่องบรรจุภัณฑ์

หากผู้ประกอบการท่านใด กำลังมองหาโรงงานผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ราคาถูก แต่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นจากจุดไหนดี การจ้างโรงพิมพ์กล่องแพคเกจจิ้ง เพื่อผลิตกล่องพิมพ์ลายโดยที่ไม่มีความรู้ ก็อาจจะทำให้เสียเวลาในการทำงาน และอาจจะได้คุณภาพของกระดาษแตกต่างไปจากความต้องการได้ สิ่งสำคัญอย่างแรกที่ควรรู้ก่อนจะทำการติดต่อไปที่โรงพิมพ์ ก็คือเทคนิคในเลือกกระดาษที่จะใช้ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้กล่องสินค้าออกมามีคุณภาพอย่างที่ต้องการนั่นเองค่ะ

5 กระดาษที่ใช้พิมพ์กล่อง Packaging

กระดาษแต่ละแบบมีต้นทุนในการผลิตแตกต่างกัน จึงส่งผลทำให้ราคาของแบบกระดาษแต่ละแบบไม่เท่ากัน บางแบบถูก บางแบบแพง และยังรวมไปถึงคุณสมบัติของกระดาษแต่ละแบบก็แตกต่างกันด้วย ลองมาดูกันว่ากระดาษที่ใช้พิมพ์กล่องแพคเกจจิ้งนั้นมีแบบไหนบ้าง

1. กระดาษแป้งหลังเทา ด้านหนึ่งจะเป็นสีขาวมัน อีกด้านจะเป็นสีเทา มีความหนาของกระดาษที่ 350-450 แกรม ด้านในกล่องสามารถซับความมันได้ดีอีกด้วยจึงเหมาะสำหรับการทำกล่องขนม

2.กระดาษแป้งหลังขาว ทั้ง 2 ด้านของกระดาษเป็นสีขาวมัน มีความหนาของกระดาษที่ 300-400 แกรม เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการเริ่มต้นทำกล่องง่ายๆ และนำสติ๊กเกอร์แบรนด์มาติดลงไปบนกล่อง เหมาะสำหรับบรรจุกล่องสบู่, เครื่องสำอาง, หรือกล่องยาสีฟัน แต่ไม่เหมาะกับการพิมพ์กล่องแพคเกจจิ้ง เพราะสีที่ออกมาจะไม่สวยสดเท่าไหร่นัก

3.กระดาษอาร์ตการ์ด ทั้ง 2 ด้านของกระดาษเป็นสีขาวมัน มีความหนาของกระดาษที่ 300 แกรมขึ้นไป เป็นกระดาษที่นิยมนำไปใช้ทำบรรจุภัณฑ์พร้อมพิมพ์ข้อมูลแบรนด์ลงไป สามารถนำไปทำผลิตกล่องแพคเกจจิ้งสินค้าได้หลากหลาย

4.กระดาษคราฟท์น้ำตาล ทั้ง 2 ด้านของกระดาษเป็นสีน้ำตาล ผ่านกระบวนการรีไซเคิลมาแล้ว มีความหนาของกระดาษที่ 125-180 แกรม ราคาค่อนข้างถูก เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการชูโรงสินค้าในเรื่องของการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทำถุงบรรจุภัณฑ์หรือกล่องของขวัญเป็นต้น

5.กระดาษฟอยล์ ด้านหนึ่งจะเป็นฟอยล์เงินวิบวับ อีกด้านจะเป็นสีขาว มีความหนาของกระดาษที่ 325 แกรม ราคาค่อนข้างแพง เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการเพิ่มความหรูหราให้กับสินค้า เสริมเอกลักษณ์ให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี

กล่องบรรจุภัณฑ์

หัวใจหลักในการเลือกทำกล่องบรรจุภัณฑ์ ราคาถูกโดนใจ

เพื่อให้เกิดการรับรู้ของสินค้าไปในแนวทางที่ต้องการ การเลือกผลิต กล่องใส่สินค้า นอกจากการเลือกกระดาษให้เหมาะสมกับสินค้าแล้ว เราควรเลือกสิ่งเหล่านี้เสริมเข้าไปให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ด้วย

1. ขนาดที่เหมาะสม

ถึงแม้ว่าการทำกล่องที่มีขนาดเล็กกว่าอาจจะมีราคาถูกกว่าและตรงกับความต้องการเพียงใด เราควรให้ทางโรงพิมพ์กล่องราคาถูกออกแบบทำกล่องให้ในขนาดที่พอดีกับตัวสินค้าย่อมดีกว่า อีกทั้งไม่ควรมีขนาดกล่องที่ใหญ่จนเกินไปนอกจากจะทำให้เสียค่าส่งของแพงขึ้นแล้ว ยังทำให้สินค้าที่นำไปบรรจุบนกล่องขนาดใหญ่อาจจะเกิดความเสียหาย จากการเคลื่อนตัวไปมาภายในกล่องก็ได้

2. รูปทรงที่สื่อไปถึงสินค้าอย่างชัดเจน

หากจะทำกล่องบรรจุเครื่องสำอาง แต่เราให้ทางโรงพิมพ์ กล่องแพคเกจจิ้งออกแบบเป็นรูปทรงกล่องอาหาร การทำแบบนี้จะก่อให้ความเข้าใจผิดได้ง่าย อาจจะทำให้ลูกค้าไม่แน่ใจว่าสินค้าเป็นอะไร ความสับสนที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อยอดขายสินค้าของเราได้

ความลับในการออกแบบสินค้าให้ดูสวย แท้ที่จริงแล้วมาจากคุณภาพของกระดาษและคุณภาพของหมึกพิมพ์ กล่อง Packaging ที่มีคุณภาพดี ยิ่งถ้าเราเพิ่มเติมลูกเล่นอย่างการเลือกใช้กล่องพิมพ์ลายเข้าไปด้วยก็จะทำให้กล่องของเรานั้นดูดีมีความแตกต่างมากยิ่งขึ้น เป็นการยกระดับความพรีเมียมให้กับสินค้าได้มากยิ่งขึ้น เพียงแค่เรามีความรู้และเทคนิคในการเลือกกระดาษสำหรับผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ เพียงเท่านี้ก็เสริมภาพลักษณ์สินค้าให้ฉีกออกไปจากเดิม โดดเด่นกว่าแบรนด์ไหนๆ ได้แล้ว


ค้นหาโรงพิมพ์กล่องแพคเกจจิ้ง เพื่อผลิตกล่องแพคเกจจิ้ง ผลิตกล่องใส่สินค้า กล่องพิมพ์ลาย กล่องบรรจุภัณฑ์ราคาถูก สามารถติดต่อพร้อมดู Catalog สินค้า ได้ทางลิ้งด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

>>คลิ๊กดูราคาผลิตกล่องแพคเกจจิ้ง

Comment Box

บทความดีๆที่แนะนำ

ในการสั่งงานให้บุคลากรภายในองค์กรทำ อาจเป็นเรื่องยากที่...

การจัดส่งสินค้าและธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีการเติบโตอย่างร...

ท่ามกลางจำนวนของโรงพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ราคาถูกจำนวนมาก ...

Brochure หรือแผ่นพับ เป็นเครื่องมือการสื่อสารทางการตลาด...