สูตรขายของให้ได้วันละ 1,000 บาท วิธีวางแผนกำไรต่อชิ้นอย่างแม่นยำ

ขายของออนไลน์ ขายอะไรดีให้ได้กำไรวันละ 1000

การขายสินค้าให้ได้รายได้วันละ 1,000 บาท ต้องเริ่มจากการคำนวณกำไรสุทธิต่อชิ้นอย่างแม่นยำ ไม่ใช่การคาดเดายอดขายรวม เพราะยอดขายที่ดูสูงไม่ได้แปลว่าได้กำไรจริง หากไม่ได้หักต้นทุนทั้งหมดอย่างครบถ้วน เช่น ราคาทุน, ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (เช่น Shopee, Lazada), ค่าโฆษณา, ค่าขนส่ง, ค่าแพ็กเกจจิ้ง, ค่าธรรมเนียมธุรกรรม เป็นต้น

[ผู้ขาย] → [ต้องวิเคราะห์] → [กำไรสุทธิต่อชิ้น]

เมื่อรู้ว่ากำไรสุทธิต่อชิ้นเป็นเท่าใด เช่น 50 บาทต่อชิ้น ผู้ขายจะสามารถคำนวณได้ทันทีว่า ต้องขาย 20 ชิ้น/วัน เพื่อให้ได้รายได้ 1,000 บาท หากกำไรอยู่ที่ 100 บาท/ชิ้น จะเหลือเป้าหมายเพียง 10 ออเดอร์เท่านั้น

ตัวอย่าง:

  • ถ้ากำไรสุทธิ = 100 บาท/ชิ้น → ต้องขาย 10 ชิ้น/วัน

  • ถ้ากำไรสุทธิ = 50 บาท/ชิ้น → ต้องขาย 20 ชิ้น/วัน

  • ถ้ากำไรสุทธิ = 25 บาท/ชิ้น → ต้องขาย 40 ชิ้น/วัน

จุดเริ่มต้นจึงไม่ใช่ “ขายอะไรดี” แต่คือ “กำไรต่อชิ้นเหลือเท่าไหร่”

สารบัญ

กำไรสุทธิ = รายได้ที่แท้จริง ไม่ใช่ราคาขาย

คำนิยาม:
กำไรสุทธิ (Net Profit per Item) คือ รายได้ที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากราคาขายของสินค้าแต่ละชิ้น

สูตรคำนวณ:
ราคาขาย – (ต้นทุน + ค่าธรรมเนียม + ค่าขนส่ง + ค่าแพ็กเกจ + ค่า Ads + ส่วนลด) = กำไรสุทธิ

ค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายมือใหม่มักลืมคิด:

  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (Shopee/Lazada)

  • ค่าจัดส่ง (โดยเฉพาะถ้าผู้ขายออกให้)

  • ค่าบรรจุภัณฑ์ (กล่อง ซอง เทป แอร์บับเบิล)

  • ค่าทำโปรโมชั่นหรือยิงโฆษณา (Facebook/Google Ads)

  • ค่าเสียเวลาที่ซ่อนอยู่ เช่น การตอบแชตหรือแพ็กของช้า

หากหลังหักแล้วเหลือไม่ถึง 15–20% ของราคาขาย → ธุรกิจจะขยายยาก

เปลี่ยนเป้าหมายรายได้เป็น “จำนวนออเดอร์” ที่ทำได้จริง

หลังจากได้ตัวเลขกำไรสุทธิ/ชิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการแปลง เป้ารายได้ต่อวัน เป็นจำนวนออเดอร์ เพื่อวางแผนการทำงานจริง

สูตร: รายได้เป้าหมาย ÷ กำไรต่อชิ้น = จำนวนออเดอร์/วัน

กำไรสุทธิ/ชิ้น ออเดอร์/วันที่ต้องทำ รายได้ต่อวัน
25 บาท 40 1,000 บาท
50 บาท 20 1,000 บาท
100 บาท 10 1,000 บาท

[ออเดอร์ต่อวัน] → [กำหนดได้] → [เวลา + แรงงานที่ต้องใช้]

หากคุณมีเวลาว่าง 2 ชั่วโมง/วัน และใช้เวลา 5 นาที/ออเดอร์ → สามารถจัดการได้สูงสุดประมาณ 24 ออเดอร์/วันแบบไม่หยุดพัก

เลือกสินค้าที่แพ็กง่าย ขายซ้ำได้ และไม่กินเวลาต่อออเดอร์

การขาย 10–40 ออเดอร์ต่อวันให้ได้ต่อเนื่อง ต้องเลือกสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งด้าน “กำไร” และ “ความง่ายในการจัดการ” การรู้จักวิธีแพ็กสินค้าที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการเปิดร้านขายของออนไลน์

คุณสมบัติของสินค้าเหมาะกับเป้าหมายนี้:

  • น้ำหนักเบา (ลดต้นทุนขนส่ง)

  • ไม่แตกหัก ไม่เสียง่าย

  • ไม่ต้องเลือกไซซ์หรือคุยหลายขั้นตอน

  • ต้นทุนต่ำ กำไรคงที่

  • ซื้อซ้ำง่าย (Recurring Purchase)

ตัวอย่างกลุ่มสินค้า:

  • สินค้าสุขอนามัย (ผ้าอนามัย, แปรงสีฟัน)

  • อุปกรณ์เสริมมือถือ (เคส, สายชาร์จ)

  • สติ๊กเกอร์, เครื่องเขียน, ซองไปรษณีย์

  • ขนม/อาหารแห้งแบบบรรจุสำเร็จ

สินค้าที่ดีไม่ใช่สินค้าที่ขายดีเสมอไป แต่คือสินค้าที่ ขายได้ต่อเนื่องโดยไม่พังระบบจัดการของร้าน

อย่าลืมคำนวณ “เวลาเฉลี่ยต่อออเดอร์”

แม้สินค้าจะกำไรดี แต่ถ้าใช้เวลาแพ็กนาน หรือมีขั้นตอนซับซ้อน เช่น ต้องสื่อสารหลายรอบ แพ็กหลายชั้น หรือเช็กไซซ์ → จะกินทรัพยากรไปโดยไม่รู้ตัว

[เวลาเฉลี่ยต่อออเดอร์] → [กระทบโดยตรงต่อ] → [จำนวนออเดอร์ที่ทำได้/วัน]

วิธีวิเคราะห์ง่าย ๆ:

  • ใช้เวลาเท่าไหร่ในการตอบลูกค้า 1 ราย?

  • ต้องใช้เวลาแพ็กของกี่นาที?

  • ต้องเดินไปส่งพัสดุไกลแค่ไหน?

ถ้าใช้เวลารวม >10 นาที/ออเดอร์ อาจทำยอดรายวันได้ไม่ถึงเป้า แม้สินค้าจะขายดี

เป้าหมายรายวันต้อง “ต่อยอดได้” ไม่ใช่หยุดแค่ 1,000 บาท

การวางระบบตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้ร้านสามารถขยายจากรายได้วันละ 1,000 → 2,000 → 5,000 บาทได้โดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมด

สิ่งที่ควรเตรียมไว้:

  • ระบบจัดการคำสั่งซื้อ (เช่น LINE OA, Page365)

  • ระบบออกใบปะหน้าพัสดุอัตโนมัติ (เช่น Shippop, Ninja Dashboard)

  • บริการ Fulfillment (เก็บ แพ็ก ส่งแทน เช่น Flash Fulfillment, MyCloudFulfillment)

  • สินค้าแบบ Bundle (ขายเป็นเซ็ต ลดขั้นตอนแพ็ก)

[ระบบรองรับการเติบโต] → [ป้องกัน] → [ปัญหาคอขวดเมื่อยอดเพิ่ม]

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ขายอะไรให้ได้วันละ 1,000 บาท?

A: ขายอะไรก็ได้ที่ “มีกำไรสุทธิ/ชิ้นมากพอ” และสามารถจัดการจำนวนออเดอร์ตามเป้าได้จริง เช่น ถ้ากำไร 50 บาท/ชิ้น ต้องขาย 20 ชิ้น/วัน

Q2: จะรู้ได้ยังไงว่ากำไรสุทธิต่อชิ้นเท่าไหร่?

A: นำราคาขาย – (ต้นทุนสินค้า + ค่าธรรมเนียม + ค่าขนส่ง + ค่าหีบห่อ + ส่วนลด + ค่า Ads) จะได้กำไรสุทธิ

Q3: มีเวลาแค่วันละ 2 ชั่วโมง จะทำได้ไหม?

A: ได้ ถ้าเลือกสินค้าที่ไม่ต้องตอบแชตซ้ำ แพ็กง่าย และมีกำไรต่อชิ้นสูง เช่น ขาย 10 ชิ้น/วัน ชิ้นละ 100 บาท

Q4: สินค้ากลุ่มไหนเหมาะกับมือใหม่ที่อยากเริ่มเร็ว?

A: สินค้าที่ไม่บูด ไม่ต้องเลือกไซซ์ ไม่ต้อง Custom เช่น ซองใส่ของ อุปกรณ์มือถือ ของใช้ประจำวัน

Q5: ต้องใช้ทุนเริ่มต้นเท่าไหร่?

A: ขึ้นอยู่กับจำนวนสต๊อก เช่น ถ้ากำไร 50 บาท/ชิ้น และต้องขาย 20 ชิ้น/วัน → ควรมีทุนสต๊อกขั้นต่ำ 3,000–5,000 บาท

สรุป สูตรสำเร็จสำหรับยอดขายวันละ 1,000 บาท

ไม่ต้องเริ่มจากสินค้าที่ขายดี แต่อย่าเริ่มหากคุณยังไม่รู้ “กำไรสุทธิต่อชิ้น”

แนวทางการทำยอดวันละพันแบบยั่งยืน:

  1. คำนวณกำไรสุทธิต่อชิ้นให้ชัด

  2. แปลงเป้ารายได้เป็นจำนวนออเดอร์ต่อวัน

  3. เลือกสินค้าที่จัดการง่ายและทำซ้ำได้

  4. ประเมินเวลาที่ใช้จริงต่อออเดอร์

  5. วางระบบให้ขยายได้เมื่อยอดโตขึ้น

ยอดวันละพันไม่ใช่จุดสูงสุด แต่คือฐานที่มั่นคงที่ขยับต่อได้ หากคุณคิดเป็นและวางแผนถูก

บทความที่เกี่ยวข้อง


Tumtook เปลี่ยนไอเดีย เป็นรายได้ แพลทฟอร์มสิ่งพิมพ์ที่ธุรกิจ SME ไว้วางใจมากกว่า 200,000 ราย สั่งผลิตสินค้าได้เลยทันที!

คลิ๊ก >> Tumtook.com/Addline

Add Line : @Tumtook

Comment Box

บทความดีๆที่แนะนำ

ธุรกิจ, sme, tumtook, โรงพิมพ์แพคเกจจิ้ง, ผลิตสินค้าแพคเกจจิ้ง

หลายบริษัทในปัจจุบัน ล้วนต้องการผู้ที่มีความสามารถทำงาน […]

ราคา แฟ้มกระดาษใส่เอกสาร

แฟ้มกระดาษใส่เอกสาร ถือเป็นอุปกรณ์สำนักงานที่สำคัญสำหรั […]

ถุงอาร์ตการ์ด

รูปแบบของงานพิมพ์ ถุงกระดาษที่ใช้กระดาษอาร์ตการ์ดในการผ […]

เปิดร้าน Lineman ต้องเสียค่าอะไรบ้าง ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการเปิดร้านใหม่ก่อนเริ่มต้นธุรกิจ

LINE MAN กลายเป็นหนึ่งในช่องทางขายเดลิเวอรียอดนิยมของร้ […]

สมัครงาน กับ Tumtook

กรอกข้อมูลให้สมบูรณ์