ภาษีป้ายโฆษณาคืออะไร มีวิธีคำนวณและขั้นตอนการยื่นภาษีอย่างไร

ภาษีป้ายหน้าร้านคืออะไร มีวิธีคำนวณยังไง จ่ายภาษีที่ไหน ใช้เอกสารอะไรบเ่ง และป้ายร้านแบบไหนที่ต้องเสียภาษี

ถ้าธุรกิจของคุณมี ป้ายหน้าร้าน ป้ายชื่อร้าน ป้ายโลโก้ ป้ายเมนู หรือป้ายโปรโมชั่น ที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกอาคาร ป้ายนั้นมีโอกาสเข้าข่าย ภาษีป้าย และต้องยื่นแบบกับสำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดย ป้ายแบบไหนต้องเสียภาษี, ภาษีป้ายคำนวณอย่างไร, ต้องยื่นแบบเสียภาษีเมื่อไหร่, ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง บทความนี้จะอธิบายเรื่อง ภาษีป้ายสำหรับผู้ประกอบการ ตั้งแต่ความหมายของป้าย อัตราภาษี วิธีคำนวณ ขั้นตอนการยื่นแบบ ภ.ป.1 รวมถึงกรณีติดป้ายปีแรกและบทลงโทษตามกฎหมายไทยให้ทราบกัน

สารบัญ

ภาษีป้ายคืออะไร

ภาษีป้าย คือ ภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บจากป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ เครื่องหมายการค้า หรือข้อความโฆษณาเพื่อการค้า หรือเพื่อหารายได้

การจัดเก็บภาษีป้ายกำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดเก็บภาษี ได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร

  • เทศบาล

  • องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)

  • เมืองพัทยา

ภาษีประเภทนี้จะถูกจัดเก็บ เป็นรายปีตามขนาดพื้นที่ของป้าย

“ป้าย” ตามกฎหมาย หมายถึงอะไร

ป้ายตามกฎหมายไม่ได้หมายถึงเฉพาะป้ายไวนิลหรือป้ายขนาดใหญ่เท่านั้น แต่รวมถึงสิ่งที่ใช้สื่อสารชื่อกิจการหรือโฆษณาสินค้า เช่น

  • ป้ายชื่อร้าน

  • ป้ายโลโก้บริษัท

  • ป้ายหน้าร้าน

  • ป้ายเมนูร้านอาหาร

  • ป้ายโปรโมชั่น

  • ป้ายไฟ

  • ป้ายตัวอักษรลอย

  • ป้าย LED

  • ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด

  • ป้ายประชาสัมพันธ์สินค้า

หากป้ายถูกใช้เพื่อ แสดงชื่อกิจการหรือโฆษณาทางการค้า โดยทั่วไปจะเข้าข่ายต้องเสียภาษีป้าย

ป้ายแบบไหนที่ต้องเสียภาษีป้าย

ตัวอย่างป้ายที่มักเข้าข่ายเสียภาษี เช่น

  • ป้ายชื่อร้านหรือโลโก้หน้าร้าน

  • ป้ายโฆษณาสินค้า

  • ป้ายโปรโมชั่นหน้าร้าน

  • ป้ายเมนูร้านอาหาร

  • ป้ายประชาสัมพันธ์สินค้า

  • ป้าย LED หรือป้ายดิจิทัล

  • ป้ายโฆษณาบนตึก

  • ป้ายบิลบอร์ดริมถนน

หลักพิจารณาง่าย ๆ คือ ป้ายถูกใช้เพื่อการค้าและให้ลูกค้าเห็นจากภายนอก จำเป็นต้องเสียภาษีป้าย

อัตราภาษีป้าย

อัตราภาษีป้ายขึ้นอยู่กับ ลักษณะของตัวอักษรที่ใช้บนป้าย โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

ป้ายประเภทที่ 1

ป้ายที่มี อักษรภาษาไทยล้วน

  • ป้ายทั่วไป : 5 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.

  • ป้ายที่เปลี่ยนข้อความหรือเคลื่อนไหวได้ : 10 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.

ป้ายประเภทที่ 2

ป้ายที่มี ภาษาไทยปนกับภาษาต่างประเทศ หรือภาพหรือโลโก้

  • ป้ายทั่วไป : 26 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.

  • ป้ายที่เปลี่ยนข้อความหรือภาพได้ : 52 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.

ป้ายประเภทที่ 3

ป้ายที่ ไม่มีภาษาไทย หรือภาษาไทยอยู่ต่ำกว่าภาษาต่างประเทศ

  • ป้ายทั่วไป : 50 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.

  • ป้ายที่เปลี่ยนข้อความได้ : 52 บาท ต่อ 500 ตร.ซม.

ภาษีขั้นต่ำ

หากคำนวณภาษีแล้วต่ำกว่า 200 บาทต่อป้ายต่อปี โดยทั่วไปจะต้องชำระ ขั้นต่ำ 200 บาท

หากป้ายร้านมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คิดภาษีอย่างไร

ป้ายที่มี ภาษาไทยปนกับภาษาต่างประเทศ หรือมีโลโก้และภาพประกอบ มักถูกจัดอยู่ในประเภทที่ 2 ของภาษีป้าย

ซึ่งอัตราภาษีจะสูงกว่าป้ายที่ใช้ภาษาไทยล้วน ดังนั้นการออกแบบป้ายร้าน เช่น

  • การใช้ชื่อร้านภาษาอังกฤษ

  • การเพิ่มโลโก้หรือภาพกราฟิก

อาจทำให้อัตราภาษีป้ายเปลี่ยนไป

วิธีคำนวณภาษีป้าย

สูตรคำนวณภาษีป้ายมีขั้นตอนดังนี้

พื้นที่ป้าย (ตร.ซม.) = กว้าง × สูง

จำนวนหน่วยภาษี = พื้นที่ ÷ 500

ภาษีที่ต้องจ่าย = จำนวนหน่วย × อัตราภาษี

วิธีคำนวณพื้นที่ป้าย

  • ป้ายที่มีกรอบชัดเจน

ให้วัด ความกว้าง × ความสูงของป้าย

  • ป้ายที่ไม่มีกรอบ

เช่น

  • ตัวอักษรติดผนัง

  • โลโก้ติดกำแพง

ให้วัดพื้นที่จาก ขอบของตัวอักษรหรือโลโก้ที่อยู่ริมสุด

ภาษีป้ายต้องจ่ายทุกปีหรือไม่

ภาษีป้ายเป็นภาษีที่จัดเก็บ เป็นรายปี ผู้ที่ติดตั้งป้ายเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายทุกปี แม้ว่าป้ายจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงก็ตาม

โดยทั่วไปกำหนดเวลายื่นแบบคือ 1 มกราคม – 31 มีนาคม ของทุกปี หากไม่ยื่นภายในกำหนด เจ้าของป้ายอาจต้องเสียเงินเพิ่มตามกฎหมาย

ต้องยื่นภาษีป้ายเมื่อไร

กำหนดเวลาการยื่นภาษีป้ายมี 2 กรณี

  • กรณีติดตั้งป้ายใหม่

ต้องยื่นแบบ ภายใน 15 วันหลังติดตั้งป้าย

  • กรณีป้ายที่ใช้อยู่แล้ว

ต้องยื่นแบบ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม ของทุกปี

ขั้นตอนการยื่นภาษีป้าย

หนังสือแจ้งประเมินนี้เรียกว่า แบบ ภ.ป.3 โดยขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้

1 เตรียมข้อมูลป้าย
เช่น ขนาดป้าย รูปถ่ายป้าย และตำแหน่งติดตั้ง

2 ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย
แบบฟอร์ม ภ.ป.1

3 รอการประเมินภาษีจากหน่วยงานท้องถิ่น

4 เมื่อได้รับหนังสือแจ้งประเมิน
ให้ชำระภาษีภายใน 15 วัน

ยื่นภาษีป้ายใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารที่มักใช้ในการยื่นแบบ ภ.ป.1 ได้แก่

  • บัตรประชาชน

  • สำเนาทะเบียนบ้าน

  • ใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)

  • หนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล)

  • รูปถ่ายป้าย พร้อมระบุขนาด กว้าง × สูง

  • ใบอนุญาตติดตั้งป้าย

  • ใบเสร็จค่าทำป้าย

หากเคยยื่นภาษีป้ายมาก่อน บางพื้นที่อาจขอ ใบเสร็จภาษีป้ายจากปีก่อน

หากไม่ยื่นภาษีป้ายมีโทษอย่างไร

ผู้ประกอบการที่ไม่ยื่นหรือไม่ชำระภาษีป้ายตามกำหนด อาจต้องเสียเงินเพิ่มตามกฎหมาย

  • กรณีไม่ยื่นแบบภาษีภายในกำหนด
    ต้องเสียเงินเพิ่ม 10% ของค่าภาษี
  • กรณีไม่ชำระภาษีภายในกำหนด
    ต้องเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน
  • กรณีแจ้งข้อมูลไม่ถูกต้อง
    ต้องเสียภาษีส่วนที่ขาด พร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย

สรุปภาษีป้ายสำหรับผู้ประกอบการ

ภาษีป้ายเป็นภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บจากป้ายที่ใช้เพื่อการค้า เช่น ป้ายร้าน ป้ายโฆษณา และป้ายหน้าร้าน โดยคำนวณจาก พื้นที่ของป้ายและประเภทตัวอักษร

ผู้ประกอบการควรจำขั้นตอนสำคัญ 3 เรื่อง

  • ตรวจสอบว่าป้ายเข้าข่ายเสียภาษีหรือไม่

  • คำนวณพื้นที่และอัตราภาษีให้ถูกต้อง

  • ยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในกำหนดเวลา

การทำความเข้าใจเรื่องภาษีป้ายตั้งแต่ก่อนติดตั้งป้าย จะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ป้ายเป็นเครื่องมือทางการตลาดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีป้าย (FAQ)

Q: ภาษีป้ายโฆษณาคืออะไร

ภาษีป้ายโฆษณา คือ ภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บจากป้ายที่ใช้แสดงชื่อร้าน ยี่ห้อ เครื่องหมายการค้า หรือข้อความโฆษณาเพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 โดยหน่วยงานที่จัดเก็บ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ภาษีประเภทนี้จะถูกจัดเก็บเป็นรายปี และคำนวณจากพื้นที่ของป้ายและประเภทของตัวอักษรที่ใช้บนป้าย

Q: ป้ายหน้าร้านต้องเสียภาษีป้ายหรือไม่

ป้ายหน้าร้านที่ใช้แสดงชื่อร้าน โลโก้ หรือโฆษณาสินค้า และสามารถมองเห็นได้จากภายนอกอาคาร โดยทั่วไปจะเข้าข่ายต้องเสียภาษีป้าย เนื่องจากถือเป็นป้ายที่ใช้เพื่อการค้า อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าป้ายต้องเสียภาษีหรือไม่ อาจขึ้นอยู่กับลักษณะของป้ายและการตีความของหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่

Q: ป้ายขนาดเล็กต้องเสียภาษีป้ายหรือไม่

หากป้ายถูกใช้เพื่อแสดงชื่อกิจการหรือโฆษณาทางการค้า แม้จะมีขนาดเล็กก็อาจเข้าข่ายต้องเสียภาษีป้ายได้ โดยทั่วไป หากคำนวณภาษีแล้วต่ำกว่า 200 บาทต่อป้าย จะต้องชำระภาษีขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด

Q: ต้องยื่นภาษีป้ายเมื่อไร

การยื่นภาษีป้ายแบ่งเป็น 2 กรณี กรณีติดตั้งป้ายใหม่ ต้องยื่นแบบภายใน 15 วันหลังจากติดตั้งป้าย กรณีป้ายที่ใช้อยู่แล้ว ต้องยื่นแบบระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม ของทุกปี

บทความที่เกี่ยวข้อง


Tumtook เปลี่ยนไอเดีย เป็นรายได้ แพลทฟอร์มสิ่งพิมพ์ที่ธุรกิจ SME ไว้วางใจมากกว่า 200,000 ราย สั่งผลิตสินค้าได้เลยทันที!

คลิ๊ก >> Tumtook.com/Addline

Add Line : @Tumtook

Comment Box

บทความดีๆที่แนะนำ

ป้ายแท็กสินค้า, ป้าย Tag สินค้า

การออกแบบ ป้ายแท็กสินค้า มีความสำคัญมากกว่าแค่การให้ข้อ […]

เครื่องพิมพ์ Inkjet คืออะไร

เครื่องพิมพ์ Inkjet เป็นหนึ่งในเครื่องพิมพ์ที่พบเห็นได้ […]

โต๊ะพับออกบูธ

ราคาของ โต๊ะพับออกบูธ มีความหลากหลายตามวัสดุ, ขนาด, และ […]

ขนาดฉลากสินค้า

ฉลากสินค้า นอกจากจะช่วยแสดงข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ยัง […]

สมัครงาน กับ Tumtook

กรอกข้อมูลให้สมบูรณ์